อันโตนิโอ คอนเต้ กับผลงานที่เชลซี 2ปี เป็นผลงานที่ทำได้ดี!

หากพูดถึงทีมสิงห์ไฮโซเชลซียอดทีมดังจากกรุงลอนดอนในพรีเมียร์ลีกอังกฤษนั้น หลายๆคนคงจะทราบกันดี ว่าสำหรับทีมนี้ ถือว่าเป็นทีมที่ค่อนข้างเปลี่ยนกุนซือของทีมบ่อยมากทีมหนึ่งของยุโรปเลย ซึ่งล่าสุดปีนี้ ก็เป็นอีกครั้งที่ทางด้านยอดทีมดังจากพรีเมียร์ลีกอังกฤษ ได้ทำการปลดกุนซือคนเก่าออกจากทีม นั่นก็คือ อันโตนิโอ คอนเต้ นั่นเอง บทความนี้เลยขอหยิบเอาประเด็นร้อนล่าสุดนี้ มาพูดถึงกันหน่อย

ก่อนอื่นนั้นต้องบอกว่า จริงๆแล้วสำหรับการที่ทางด้านยอดทีมดังอย่างเชลซี ได้ทำการปลด อันโตนิโอ คอนเต้ ออกจากตำแหน่งกุนซือของทีมในครั้งนี้นั้น สำหรับโดยส่วนตัวแล้วถือว่าไม่น่าเซอร์ไพรส์อะไรมากนัก เพราะหากเมื่อดูจากกระแสข่าวของต่างประเทศตลอดช่วงที่ผ่านมานั้น จะเห็นได้ว่ากระแสข่าวออกมาตีข่าวไปในทิศทางเดียวกันหมด ว่าจบฤดูกาลที่ผ่านมา อันโตนิโอ คอนเต้ นั้นน่าจะโดนเด้งออกจากตำแหน่งกุนซือของเชลซีแน่นอน เพราะดูเหมือนว่า เจ้าตัวเหมือนจะมีปัญหาทะเลาะกับทางด้านบอร์ดบริหารของเชลซีเกี่ยวกับทางด้านการซื้อตัวนักเตะ แถมเจ้าตัวก็ยังมีปัญหากับนักเตะในทีมบางคนอีกด้วย จึงไม่แปลกใจมากนักที่สุดท้าย เชลซีถึงปลดเขาออกจากตำแหน่งกุนซือของทีม ซึ่งไม่น่าจะเกี่ยวกับผลงานของทีมในฤดูกาลที่ผ่านมาเท่าไหร่ เพราะสำหรับโดยตัวแล้วมองว่า ผลงานของอันโตนิโอ คอนเต้ กับเชลซีที่ผ่านมา ถือว่าเป็นผลงานที่ทำได้ดี

เพราะแม้ว่าในฤดูกาลที่ผ่านมา อันโตนิโอ คอนเต้ จะพาทีมเชลซีทำผลงานในอันดับตารางคะแนนได้อย่างน่าผิดหวัง ไม่สามารถคว้าตั๋วถ้วยยุโรปอย่างยูฟ่าแชมป์เปี้ยนลีกได้ แต่อย่างน้อย อันโตนิโอ คอนเต้ ก็สามารถพาเชลซีมีแชมป์อย่างรายการ เอฟเอคัพ ติดมือ อีกทั้งในฤดูกาลก่อนหน้านี้ ปีแรกของเขากับเชลซี เขาก็สามารถคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกมาครองได้อีกด้วย ซึ่งเมื่อดูจากผลงานของเขา 2 ปีกับเชลซี คว้า2แชมป์ ถือว่าเป็นผลงานที่ทำได้ค่อนข้างดีเลยทีเดียว ดังนั้นเลยมองว่า การโดนไล่ออกครั้งนี้ ไม่น่าจะส่งผลกระทบต่อการรับงานครั้งต่อไปของเขามากนัก เพราะผลงานที่ อันโตนิโอ คอนเต้ ทำไว้กับเชลซีก่อนโดนเด้งนั้น ถือว่าเป็นผลงานที่ได้อย่างค่อนข้างดีเลยทีเดียวนั่นเอง

และสำหรับตอนนี้ กำลังอยู่ในช่วงของการปิดฤดูกาลอยู่ เหล่าคอบอลทั้งหลายที่รอคอยการเปิดฤดูกาลใหม่อยู่ อาจจะเบื่อๆ วันนี้เลยอยากแนะนำ sbobet เว็บแทงบอลออนไลน์มาแรงอันดับ 1 ในตอนนี้ เพราะ sbobet นั้นเป็นแหล่งรวมความสนุกของคนรักการพนันแบบครบกันเลยทีเดียว เพราะนอกจาก sbobet จะเป็นเว็บแทงบอลออนไลน์แล้ว ยังมีการพนันอื่นๆให้เหล่าคนชอบการพนันได้เลือกเล่นระหว่างรอบอลเปิดฤดูกาลอีกด้วย ทำให้ sbobet เลยกลายเป็นเว็บพนันออนไลน์อันดับ 1 ในตอนนี้

รางวัล The Best สาขานักเตะควรจะเป็นใครถ้าไม่ใช่ โรนัลโด้ หรือ เมสซี่

รางวัลส่วนตัวของนักเตะ ช่วง 5 ปีหลังมานี้ บางทีก็เบื่อนะกับการที่เห็น โรนัลโด้ กับเมสซี่ ได้รางวัลสลับกันแค่สอง บางครั้งก็อยากจะยกสองคนนี้ขึ้นหิ้งเข้าหอเกียรติยศไปแล้ว แล้วเอาคนอื่นขึ้นมารับรางวัลบ้าง จะได้เป็นสีสันและกำลังใจให้กับคนอื่น อย่างรางวัล The Best ของฟีฟ่าเองปีนี้เป็นปีแรก ถ้าไม่ใช่โรนัลโด้ หรือ เมสซี่ แล้วใครล่ะจะเป็นคนได้ไป

จานลุยจิ บุฟฟ่อน ทีมยูเวนตุส

คนแรกที่ขอเชียร์เป็นการส่วนตัวเลยก็คือ จานลุยจิ บุฟฟ่อน หรือ น้าบุฟ ผู้รักษาประตูระดับ “น้า” ที่ฟอร์มยังแรงไม่มีตกเลยจากทีมยูเวนตุส ถึงแม้ว่าในรอบปีที่ผ่านมา ยูเว่ จะได้แชมป์ลีคอย่างเดียว ส่วน UCL ยังไม่ไปไหนเท่าไร แต่จากเกียรติประวัติที่เคยทำมาทั้งหมด น่าจะให้ น้าบุฟขึ้นไปรับรางวัลได้สักที ก่อนที่แกจะแขวนถุงมือไป

หลุยส์ ซัวเรซ จากทีมบาร์เซโลน่า

หากเราไม่นับเมสซี่แล้ว นักเตะต่างดาวอีกคนหนึ่งที่เล่นได้ฟอร์มดีมาตลอดจนน่าจะได้รับรางวัลนี้บ้างก็คือ หลุยส์ ซัวเรซ ที่ต้องบอกว่า ปีนี้เค้ายิงได้เป็นกระบุงโกยเลยทีเดียว หากไปดูสถิติย้อนหลังในฤดูกาลที่แล้ว เค้าลงเล่นให้กับ ทัพต่างดาวไปทั้งหมด 53 เกม ยิงไปทั้งหมด 59 ประตู ต่อเนื่องมาถึงฤดูกาลนี้ ลงเล่นไป 15 นัด ยิงไป 10 ประตู ส่วนเกมทีมชาติปี 2016 ลงเล่นไป 6 เกม ยิงไป 3 ประตู ช่วยให้อุรุกวัยเป็นอันดับที่ 2 รองจากบราซิลเพียงแค่ลูกได้เสียเท่านั้น ในการแข่งขันฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกโซนอเมริกาใต้ ยิงมากขนาดนี้น่าจะให้รางวัลนี้แล้ว

อองตวน กรีซมัน จาก แอต.มาดริด

คนสุดท้าย ขอยกมือให้กับ อองตวน กรีซมันน์ กองหน้าฟอร์มคมกริบจาก แอต.มาดริด ที่ฟอร์มดียิงกระจายต่อเนื่องจากเกมสโมสรสู่เกมทีมชาติ การรั้งตำแหน่งพระรองสองรายการอาจจะเจ็บปวดอยู่บ้าง แต่ก็เหมาะสมกับรางวัลนี้เหมือนกันถ้าไม่ใช่โด้กับเมสซี่

บ๊าย บาย โจ ฮาร์ท โชคดีนะ

โจ ฮาร์ท
โจ ฮาร์ท

บทความของเราวันนี้ ที่ขึ้นจั่วหัวมาอย่างนี้ แน่นอนว่าเราคงต้องพูดถึงผู้รักษาประตูมือหนึ่งทีมชาติอังกฤษอย่าง โจ ฮาร์ท ที่ตอนนี้กำลังออกไปผจญภัยที่ต่างแดน กับ โตริโน่ ในเวที เซเรีย อา อิตาลี เค้าได้ออกมาให้สัมภาษณ์ถึงการย้ายครั้งนี้ แน่นอนว่าอ่านแล้วคงยากที่เห็นเค้ากลับมาที่เอติฮัด สเตเดี้ยมอีก

ทัศนคติไม่ใช่ ยังไงมันก็ไม่ใช่

สิ่งที่โจ ฮาร์ท ได้ระบายออกมา แน่นอนว่าเค้าไม่ได้บอกชื่อว่าหมายถึงใคร แต่เชื่อว่าอ่านแล้วเราคงรู้กันดี นั่นก็คือผู้จัดการทีมคนใหม่อย่างเป๊บ ที่ฮาร์ทออกมาบอกว่า เป๊บมีความคิดเห็น(ทัศนคติ)ไม่ตรงกันกับเค้าในเรื่องของฟุตบอล พูดง่ายๆก็คือ เป๊บมองว่า ฮาร์ทดีไม่พอนั่นแหละ เลยต้องนำเข้าบราโว่เข้ามา แล้วเค้าต้องหลีกทางออกไปจากทีม

เรื่องนี้ส่งสัญญาณไปถึงในทีม

จากกรณีของ โจ ฮาร์ท (ขอเหมาเรื่องของยาย่าไปด้วย) ทำให้เรารู้เลยว่า ตอนนี้เป๊บกุมอำนาจการตัดสินใจไว้มากแค่ไหน(ขนาดโจ ฮาร์ทที่ว่าแน่ๆ บอร์ดบริหารหนุนหลังยังกระเด็น) หากนักเตะคนไหนที่เป๊บคิดว่า ไม่เหมาะกับแนวทางของเค้า เค้าสามารถกำจัดและผลักออกจากทีมได้ทันที และที่สำคัญด้วยบารมีของเป็บที่นักเตะหลายคนอยากจะมาเล่นด้วย และ เงินทุนหนาปึ้กของทีม ทำให้ตอนนี้แมนซิตี้ สามารถซื้อใครก็ได้ในโลกนี้ในราคาเท่าไรก็ได้ เพราะงั้นนักเตะในทีมต้องมีสมาธิและเล่นให้ดีที่สุด หากเล่นไม่ดี อาจจะโดนเชือดทิ้งออกจากทีมได้เลย แต่จะว่าไปกรณีของโจ ฮาร์ท นี่ก็ถือว่าเป็บเลือดเย็นใช้ได้เลย มาถึงปุ๊บ ไม่อยากได้ผู้รักษาประตูคนนี้(มือหนึ่ง) ก็ผลักออกไปแล้วก็เอาคนที่ตัวเองต้องการเข้ามาเลย ต้องมาดูกันว่า ใครจะเป็นรายที่สามที่โดนเชือดออกไป

 

เจอร์เกน คล็อปป์ หนึ่งปีแบบก้าวกระโดดของลิเวอร์พูล

เมื่อเดือนที่แล้วเป็นช่วงการเฉลิมฉลองการคุมทีมครบรอบ 20 ปี ของ เวงเกอร์กับอาร์เซนอลไปแล้ว คราวนี้เรามาเฉลิมฉลองการคุมทีมครบรอบ 1 ปีของ เจอร์เกน คล็อปป์ กับลิเวอร์พูลกันบ้าง มาดูกันว่าตลอด 1 ปีที่ผ่านมา กุนซือโคตรร็อคคนนี้ได้ทำอะไรให้กับลิเวอร์พูลไปแล้วบ้าง

เจอร์เกน คลอปป์ เปลี่ยนแปลงวิธีการเล่น

อย่างแรกที่ถือว่าเป็นเครื่องหมายการค้าของ เจอร์เกน คล็อปป์ ตั้งแต่สมัยเป็นกุนซืออยู่ที่ดอร์ทมุน แล้วนั่นก็คือ เรื่องของการเล่นเกมรุกอย่างเร้าใจ บวกกับการเพรสซิ่งแบบเอาตาย จนคู่แข่งออกบอลไม่เป็น เมื่อคล็อปป์เอาวิธีนี้มาใช้กับลิเวอร์พูลทำให้ตอนนี้ลิเวอร์พูลกลายเป็นทีมที่เล่นเกมรุกได้สนุกเท้ามาก ต่อบอลกันเนียนตาดีจริงๆ ส่วนเกมรับก็ช่วยกันไล่บี้แบบไม่มีเหนื่อยเลย จึงไม่แปลกที่ทำให้ลิเวอร์พูลกลายเป็น เต็ง 2 ที่จะคว้าแชมป์ลีค

การขาย ซื้อตัวนักเตะที่มีคุณภาพ

เมื่อการเปลี่ยนแปลงแผนการเล่นเกิดขึ้น สิ่งที่ต้องเปลี่ยนแปลงต่อไปก็คือเรื่องของตัวผู้เล่นที่จะต้องมีการเปลี่ยนแปลงให้เข้ากับสไตล์ของตัวเองด้วย เมื่อช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา คล็อปป์ได้มีการโละนักเตะที่ไม่อยู่ในแผนการทำทีม และซื้อนักเตะที่คิดว่าดีเข้ามา แน่นอนว่าหนึ่งในดีล ที่ถือว่า ซื้อมาแล้วคุ้มแน่นอน ก็คือ ดีลของ มาเน่ ที่พอเข้ามาก็ทำให้การเล่นดูไหลลื่นดีทีเดียว จากสองข้อเบื้องต้น ทำให้แฟนๆเชื่อเหลือเกินว่า คล็อปป์ คือคนที่จะพาลิเวอร์พูลปลดล็อคแชมป์ลีคหลังจากที่รอมานานแสนนานได้สักที ซึ่งตัวผู้เขียนก็หวังว่าจะเป็นอย่างนั้นเหมือนกัน เพราะถ้าไม่ใช่เชื่อว่าลิเวอร์พูลคงหาไม่ได้แล้วแหละ

 

เก็บข้าวของไปอีกคน อาจารย์ ยัง

ถือว่าเป็นข่าวออกมาได้สองสามวันแล้ว นั่นก็คือ การเปลี่ยนแปลงอีกครั้งที่โอลด์แทรฟเฟิร์ด หลังจากที่ มอร์แกน ชไนเดอร์ลินได้ไปเล่นเปิดตัวกับ เอฟเวอร์ตันแล้ว คราวนี้ก็เป็นถึงคิวของนักเตะที่หลายคนทั้งชอบและชัง นั่นก็คือ แอชลีย์ ยังที่ตอนนี้ได้ข่าวว่ากำลังพิจารณาตัวเลือกในการย้ายทีมอยู่ ส่วนตัวก็ไม่อยากให้ไปแต่ถ้ามองกันตรงๆการไปตอนนี้ก็ถือว่าเหมาะสมดี
เล่นดี ทัศนคติดี แต่ไม่มีที่ลงเล่น
สำหรับ แอชลีย์ ยังนั้น ต้องถือว่าเป็นนักเตะอีกคนหนึ่งที่เล่นดี มีทัศนคติดเป็นมืออาชีพ และปรับตัวได้ดี จะเห็นได้จากการปรับตัวแท็คติคตามโค้ชเล่นได้ทุกรูปแบบที่ต้องการ ไม่ว่าจะเป็นการเล่นเพื่อโยนอย่างเดียวในยุคของเดวิด มอยส์ หรือจะเป็นการถอยลงไปเล่นเป็นวิงแบ๊ค วิ่งขึ้นลงในสมัย อาจารย์หลุยส์ ฟานกัล เค้าก็ทำได้ไม่มีที่ติ แต่พอมายุคของมูรินโญ่ ต้องถือว่าเค้าก็พยายามปรับตัวแล้ว แต่ก็เอาชนะใจมูรินโญ่ไม่ได้ ประกอบการฟอร์มการเล่นของผู้เล่นปีกตัวจริง ถือว่าทำได้ดีเลย ไม่ว่าจะเป็น มคิทาร์ยาน, แรชฟอร์ด, ลินการ์ด หรือ มาต้า เลยทำให้ไม่มีที่ว่างแม้แต่ตัวสำรองให้ลงเล่น
ลดภาระค่าใช้จ่าย
การได้ย้ายออกไปในช่วงตลาดหน้าหนาวอย่างนี้ ส่วนหนึ่งต้องบอกว่าเป็นแผนการลดค่าใช้จ่ายของทีมด้วย เนื่องจากว่าการเก็บนักเตะที่ค่าเหนื่อยระดับแสนปอนด์ต่อวีคแล้วไม่ได้ลงเล่นไว้ก็เป็นภาระสโมสรเหมือนกัน ดังนั้นการขายเค้าออกไปเพื่อลดค่าใช้จ่าย แล้วเก็บเงินส่วนนี้ไว้ให้กับนักเตะที่น่าจะเข้ามาใหม่ช่วงซัมเมอร์น่าจะเป็นทางออกที่ดี
หาโอกาสได้ลงตัวจริงอย่างสม่ำเสมอ
สำหรับนักเตะเองการได้ย้ายออกไปตอนนี้ แน่นอนว่าต้องเป็นทีมที่ต้องการตัวเค้า และลงเล่นได้เลย ประสบการณ์ในเวทีพรีเมียร์ลีคอันโชกโชนน่าจะช่วยเค้าและทีมใหม่ได้ไม่น้อยเลยทีเดียว ซึ่งหากไม่เลือกมากเกินไป การได้ไปเล่นกับทีมเล็กลงมาหน่อยแต่ได้ลงเป็นประจำสม่ำเสมอ น่าจะช่วยให้เค้ากลับมาได้อีกครั้งหนึ่ง โชคดี อาจารย์ ยัง

เรือใบสีฟ้า ทีมชุดเด็กตัวโหด

การพัฒนาทีมเรือใบสีฟ้า อย่างหนึ่งที่ต้องถือว่าพัฒนามาอย่างถูกทางแล้วนั่นก็คือ การพัฒนาทีมในระดับเยาวชนที่ต้องบอกว่าตอนนี้พวกเค้าเป็นทีมเยาวชนที่น่าจับตามองมากที่สุดของเกาะอังกฤษไปแล้วตอนนี้ ส่วนตัวมองว่าอาจจะยังไม่เท่า ลามาเซีย แหล่งรวมมนุษย์ต่างดาวตัวน้อย แต่เชื่อว่าอีกไม่นานน่าจะตามทัน
การพัฒนาอคาเดมี่ ที่ใหญ่ที่สุด
อย่างที่บอกไปว่า การพัฒนาอคาเดมี่ ถือว่าเป็นหัวใจหลักเลยของทีมแมนเชสเตอร์ ซิตี้ในตอนนี้ ความพร้อมอคาเดมี่ของพวกเค้าถือว่ายิ่งใหญ่มาก ทั้งสนามที่กำลังสร้างอยู่ ตึกอคาเดมี่ รวมถึงการรวบรวมบุคลากรชั้นเยี่ยมที่จะมาคอยสอนและดูแลเด็ก เยาวชนของพวกเค้าในการใช้ชีวิตทั้งในและนอกสนาม เป็นแผนระยะยาวที่น่าสนใจมาก
ศูนย์รวมเยาวชนฝีเท้าฉกาจ
เมื่ออคาเดมี่ พร้อมไปด้วยเทคโนโลยี และเจ้าหน้าที่ที่มีความรู้กับประสบการณ์ จึงไม่แปลกที่ตอนนี้ทีมเยาวชนของอคาเดมี่นั่น กลายเป็นศูนย์รวมของเยาวชนที่มีฝีเท้าเก่งฉกาจกันไปหมดแล้ว เอาง่ายๆถ้าเอาทีมซิตี้เด็ก ไปเตะกับ ยูไนเต็ด เด็กล่ะก็ ตอนนี้ต้องบอกเลยว่า ยูไนเต็ดรุ่นเยาวชนแพ้แบบขาดลอยเลย (แพ้ 0-9 ) แล้วอย่างนี้ในอนาคตผีแดงจะเอาชนะเรือใบได้ไหมล่ะเนี่ย แค่คิดก็น่ากลัวแล้ว
การกว้านซื้อตัวนักเตะระดับเยาวชน
ไม่เพียงแต่ความพร้อมด้านต่างๆเท่านั้น ทางแมนซิตี้ ยังมีไม้เด็ดอีกด้วยนั่นก็คือ การเข้าไปกว้านซื้อนักเตะระดับเยาวชนที่มีฝีเท้าเป็นที่จับตามอง อย่างเช่นที่เป็นข่าวไปกับการทุ่มเงินถึง 175,000 ปอนด์ เพื่อดึงตัวนักเตะฝีเท้าดีในวัยแค่ 13 ปี เท่านั้นเอง เจออย่างนี้เข้าไป อนาคตอีก 4-5 ปีข้างหน้า แมนซิตี้ จะเป็นอย่างไร ไม่อยากจะคิดเอาเสียเลย

ชไนเดอร์ลิน ความหวังใหม่ที่กูดิสัน ปาร์ค

ตลาดซื้อขายนักเตะช่วงหน้าหนาวปีนี้ พรีเมียร์ลีคและที่อื่นถือว่าเงียบมากๆ ไม่ค่อยมีดีลใหญ่ๆ ดีลเด็ดๆให้เห็นเลย อย่างไรก็ดีเราพอมองเห็นดีลหนึ่งที่ถือว่าดี และเด็ด มากทั้งทีมที่ขาย ทีมที่ซื้อ และตัวนักเตะเอง นั่นก็คือ ดีลของมอร์แกน ชไนเดอร์ลิน ที่ย้ายจากแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไปยังเอฟเวอร์ตัน
โอกาสที่หมดลงกับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
ต้องยอมรับเลยว่า โอกาสของ มอร์แกน ชไนเดอร์ลิน หมดลงไปเรื่อยๆตั้งแต่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้เปลี่ยนตัวผู้จัดการทีมเป็น โชเซ่ มูรินโญ่ และการเข้ามาของ พอล ป็อกบา ประกอบกับฟอร์มของ อังเดร เอร์เรร่า และ ไมเคิล คาร์ริค ที่ยิ่งเล่นยิ่งดี เลยทำให้ไม่มีที่ว่างเหลือให้กับเค้าเลยทั้งบนสนาม และม้านั่งสำรองเนื่องจาก มูรินโญ่ เลือก มาต้า กับ เฟลไลนี่ ลงเล่นในตำแหน่งกองกลางก่อนเสมอ เลยทำให้ ชไนเดอร์ลินไม่ได้ลงสนามเลย
โอกาสครั้งใหม่ที่กูดิสัน ปาร์ค
เมื่อเค้าไม่ได้ลงสนามเลย ทางออกที่สำคัญอย่างหนึ่งก็คือ การย้ายออกจากทีมเพื่อหาโอกาสลงเล่น ประกอบกับทางเอฟเวอร์ตันยื่นข้อเสนอเข้ามา ตอนแรก จ่ามู เกือบจะไม่ขายด้วยซ้ำ เนื่องจากราคาไม่ถึงที่เค้าตั้งราคาไว้ในใจ แต่สุดท้ายแล้วก็เจรจากันลงตัวที่ค่าตัวที่ 20 ล้านปอนด์ บวกกับสามารถเพิ่มได้อีกตามผลงานไปที่ 24 ล้านปอนด์
คูมัน นายใหม่ที่มีฝีมือไม่แพ้กัน
อีกเหตุหนึ่งที่เรามองว่า การได้ย้ายออกไปครั้งนี้ของ ชไนเดอร์ลิน ถือว่าสมเหตุสมผล นั่นก็เป็นเพราะว่า นายใหม่ของเค้าอย่าง คูมันด์ นั้นถือว่าเป็นผู้จัดการทีมที่มีฝีมืออย่างมาก ยิ่งการได้ ชไนเดอร์ลิน ลงไปเสริมความแน่นในแดนกลาง น่าจะทำให้เอฟเวอร์ตันน่ากลัวขึ้นอีกเยอะ

อ็อฟชั่นเสริมที่น่าสนใจกรณีสัญญาของเมสซี่

ถือว่าเป็นกรณีที่น่าสนใจเหมือนกัน นั่นก็คือ กรณีการต่อสัญญาของเมสซี่ ที่กำลังจะหมดลงในปี 2018 แต่ตอนนี้ยังไม่คืบหน้าเท่าไร เพราะเมสซี่ยังไม่ตกลงต่อสัญญาออกไป ซึ่งจากข่าวที่ออกมาบอกว่าทางทีมจะไม่เน้นไปที่การทุ่มค่าเหนื่อยเพื่อผู้เล่นคนเดียว งั้นวันนี้เรามาลองสมมุติกันว่ามีอ็อฟชั่นเสริมแบบไหนบ้างที่น่าสนใจและไม่ใช่ค่าเหนื่อย

โบนัสตามจำนวนประตู และสถิติ

เมื่อค่าเหนื่อยอาจจะไม่ได้เพิ่มขึ้นมากนัก การเพิ่มเงินโบนัสให้กับตัวเมสซี่ตามจำนวนสถิติที่ทำได้ในแต่ละเกม น่าจะเป็นตัวเลือกที่ดี อย่างเช่นจำนวนประตูหากทำได้ตั้งแต่ 20 ประตูขึ้นไปจะจ่ายให้กี่บาท ทำแอสซิสต์ให้กับเพื่อนได้กี่ครั้งก็จ่ายไปตามนั้น ซึ่งระดับเมสซี่ที่ยิงได้หลายประตู หลายแอสซิสต์ต่อปีน่าจะได้เงินเพิ่มมากอีกเยอะ

โบนัสจากการเล่นในรายการต่างๆ

นอกจากค่าโบนัสตามสถิติแล้ว การได้โบนัสจากการเล่นรายการต่างๆก็น่าจะทำให้นักเตะได้ทั้งเงินและสร้างแรงกระตุ้นไปพร้อมกัน อย่างเช่น หากได้แชมป์ลีคทีมจะจ่ายให้เท่าไร หากได้แชมป์บอลถ้วยในประเทศ บอลถ้วยต่างประเทศ จะได้กี่บาทก็ว่ากันไป น่าจะทำให้เมสซี่เร่งฟอร์มได้ดีขึ้นกว่าเดิม เพราะถ้าทีมได้แชมป์เค้าก็ได้โบนัสไปด้วย

โบนัสจากการได้รางวัลส่วนตัว

การได้รางวัลส่วนตัวจากสถาบันต่างๆ นอกจากจะเป็นเครื่องยืนยันตัวเมสซี่แล้ว ยังเป็นการสร้างภาพลักษณ์ของทีมอีกด้วย ดังนั้นถ้าได้รางวัลส่วนตัวตั้งแต่ระดับทวีปไป ก็น่าจะได้โบนัสด้วยนะ อย่างเช่น รางวัลบัลลงดอร์ หรือ รางวัล The Best จากฟีฟ่าเป็นต้น

โบนัสจากการเป็นพรีเซนเตอร์

โบนัสอย่างสุดท้ายของการจูงใจเมสซี่ ก็คือ โบนัสของการเป็นพรีเซนเตอร์ของทีม อย่างเช่น ถ้าทีมบาร์เซโลน่า เซ็นสัญญากับไนกี้ เมสซี่ก็น่าจะได้ส่วนแบ่งการตลาดตรงนี้ด้วย เพราะเป็นภาพลักษณ์เหมือนกัน ซึ่งเงินตรงนี้น่าจะมากโขอยู่ ต้องมาดูกันว่า สัญญาที่จะรั้งเมสซี่ไว้มันจะเป็นแบบไหน

ลิเวอร์พูล เสมอ ก็เหมือนกับแพ้

ต้องใช้คำว่า “เกือบไป” จริงๆ สำหรับลิเวอร์พูล ที่เจอทีมรองบ่อนอย่างพลีมัธ ที่เกมนี้เตรียมตัวทำการบ้านมาดีจริงๆ มาเล่นจอดรถบัส พร้อมกับบุกสวยกลับบ้าง จนทำให้ได้ผลการแข่งขันที่ดีอย่าง 0-0 กลับบ้านไป แต่ในมุมมองของลิเวอร์พูลเองเสมอแบบนี้ก็เหมือนกับแพ้นั่นแหละมีแต่เสียกับเสียล้วนๆ

การเสมอแบบเสียหน้าเล็กๆ

การเสมอกับทีมรองบ่อน แบบยิงประตูไม่ได้ทั้งที่พับสนามบุกอย่างข้างเดียว ส่วนตัวหลักก็ลงมาในช่วงครึ่งชั่วโมงสุดท้ายของเกมแต่ก็ยังยิงพลีมัธไม่ได้ บวกกับเล่นในบ้านอีก ถือว่าเป็นความเสียหน้าเล็กๆของลิเวอร์พูลเลย ถึงแม้ว่าจะอ้างว่าเป็นทีมชุดเด็ก ชุดสำรองอะไรก็ว่าไป แต่ผลก็คือเอาชนะไม่ได้ไง เลยต้องมีผลกระทบตามมาอีกเพียบ

การออกไปเล่นสนามที่ไม่คุ้นเคย

การเสมอทำให้ต้องมีนัดรีเพลย์ แน่นอนว่าคราวนี้ทางลิเวอร์พูลจะต้องออกไปเยือนพลีมัธบ้าง แล้วถ้าจำไม่ผิดการออกไปเยือนทีมรองบ่อนอย่างนี้ สนามมักจะไม่ค่อยเป็นใจสักเท่าไร ทั้งพื้นสนาม หญ้า และสภาพแวดล้อมอย่างลม ฟ้า อากาศ ที่อาจจะมีผลให้การเล่นของลิเวอร์พูลที่เคยเล่นแต่สนามดีมาตลอดมีปัญหาได้ เผลอๆผลการแข่งขันอาจมีถึงแพ้ได้เลย ลิเวอร์พูลเคยมีประสบการณ์มาแล้วนี่จำได้หรือเปล่า

การเพิ่มจำนวนเกมที่ไม่จำเป็น

การเพิ่มจำนวนเกมโดยไม่จำเป็นอย่างนี้ ต้องบอกเลยว่าส่งผลกระทบต่อเกมในถ้วยอื่นๆอยู่พอสมควรเลยทีเดียว เพราะเกมที่มาติดๆกันอาจจะส่งผลให้นักเตะล้า และมีอาการบาดเจ็บได้ ซึ่งอาจจะทำให้เกมลีคที่ฟอร์มและอันดับที่กำลังมาดีๆอยู่นั้นร่วงลงไปได้เลย ซึ่งถ้าเป็นอย่างนั้น สู้แพ้ตกรอบเสียแต่เนิ่นๆแล้วมาเน้นในลีคดีกว่า หรือ ถ้าหลุดเข้าไปได้ สภาพนักเตะก็อาจจะกรอบจนไม่เหลือแรงแล้วก็เป็นได้

3 เรื่องราวดีจากเกม เอฟเอคัพ ของแมนยู

ถือว่าเป็นการโรเตชั่นที่ยอดเยี่ยมและเหมาะกับโอกาสจริงๆ สำหรับแมนยูที่เกมเอฟเอคัพคราวนี้ได้พักตัวหลักกันไปแบบเต็มๆแต่ก็ยังได้ผลการแข่งขันตามที่ต้องการนั่นคือการเอาชนะ เรดดิ้ง ทีมจากเดอะแชมเปี้ยนชิพไปอย่างไม่ยากเย็นเท่าไร แต่ในเกมนี้นอกจากชัยชนะแล้ว ยังมีโมเมนต์ดีๆจากเกมนี้อีกด้วย

กองหน้าได้ยิงประตูเรียกความมั่นใจ

เรื่องแรกที่น่าจะเป็นเรื่องดีๆของบรรดาแนวรุก ไม่ว่าจะเป็น เวยน์ รูนีย์, มาร์คัส แรชฟอร์ด และ อ็องโตเนียล มาร์กซิยัล ที่สร้างสามารถสร้างชื่อบนสกอร์ชีตได้ทั้งสามคน โดยเฉพาะรูนีย์ ที่ 1 ประตูที่ทำได้มีความหมายมาก เพราะมันทำให้เค้ามีสถิติยิงสูงสุดตลอดกาลของสโมสรเทียบเท่ากับ เซอร์ บ็อบบี้ ชาร์ลตัน แล้ว ส่วนแรชฟอร์ด กับ มาร์กซิยัล ที่ปืนฝืดมานานจนความมั่นใจหดหาย ประตูที่ทำได้น่าจะเรียกความมั่นใจกลับมาได้บ้าง

ชไวนี่ และ โฟร์ซูเมนซ่า ได้ลงเล่น

ก่อนเกมนี้มีข่าวออกมาว่า ทางชไวนี่ และ โฟร์ ซูเมนซ่า จะถูกปล่อยออกจากทีมในช่วงตลาดหน้าหนาวนี้เลย แล้วก็เป็นทางผู้จัดการทีมที่ออกมาบอกว่าทั้งสองคนจะมีส่วนกับกับเกมของแมนยูมากขึ้น ซึ่งจากข่าวตอนแรกไม่เชื่อเท่าไร แต่พอเห็นทั้งสองคนลงไปเล่นในเกมเอฟเอคัพ แล้วมันก็ชื่นใจยังไงบอกไม่ถูก ถึงแม้ว่าจะส่งลงไปเพื่อเปลี่ยนตัวตอนที่เกมขาดไปแล้ว ก็ยังดี

การชนะไปอย่างไม่ยากเย็น

ตอนแรกเห็นกุนซือที่คุ้นเคยสมัยเป็นนักเตะอย่าง ยาป สตัม แล้วคิดเลยว่างานนี้ยากแน่ เพราะเค้าคือต้นตำรับเกมรับ แต่เอาเข้าจริงกลับไม่ยากอย่างที่คิด ด้วยประตูแรกที่มาไวด้วย ทุกอย่างเลยลงล็อคไปหมด ก็ถือว่าเป็นการเอนเตอร์เทนแฟนบอลกันไป หวังว่าแมนยูจะก้าวไปป้องกันแชมป์บอลถ้วยเอฟเอคัพได้อีกสักสมัย